นายแพทย์ ณหทัย จงประสิทธิ์   

 

 

เวชศาสตร์ฉุกเฉิน (Emergency Medicine)

                      โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา มีทำเลที่ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ ภาคตะวันออก เป็นโรงพยาบาลในสังกัดสภากาชาดไทย และเป็นโรงเรียนแพทย์ที่มีชื่อเสียงในภูมิภาคนี้ เมื่อเกิดปัญหาในพื้นที่อันเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและสุขภาพ ด่านแรกในการตั้งรับมือกับสถานการณ์ก็คืองานด้านการแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน ดังนั้น จึงสมควรที่จะได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นมาตรฐานระดับชาติต่อไปในอนาคต

            เวชศาสตร์ฉุกเฉินเป็นสาขาวิชาใหม่ที่มีการเปิดหลักสูตรอบรมแพทย์เฉพาะทางในประเทศไทยได้ เพียง 16 ปี เรียกว่า แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน (Emergency medicine physician) หรือ แพทย์ EP โดยต้อง เข้ารับการอบรมสาขาเวชศาสตร์ฉุกเฉินหลักสูตร 3 ปี มีวุฒิบัตรหรืออนุมัติบัตร เทียบเท่าสาขาเฉพาะทางอื่นๆ มีวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินเป็นผู้กำกับดูแลเพื่อความเป็นมาตรฐานของวิชาชีพเฉพาะ โดยหน้าที่หลักคือดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน/ฉุกเฉินวิกฤตทั้งหมดอย่างรวดเร็วตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการเกิดภาวะฉุกเฉินรวมถึง การออกไปรับส่งผู้ป่วยกับรถพยาบาล หรือยานพาหนะอื่นๆ รวมถึงรับผิดชอบการลำเลียงผู้ป่วยไปรักษาระหว่างโรงพยาบาลต่างๆ ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ (Referral system) เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที อันจะส่งผลช่วยลดอัตราความเสี่ยงและการสูญเสียได้มากขึ้น ตั้งแต่นอกโรงพยาบาล (Pre-hospital care) จนถึงในโรงพยาบาล (In-hospital care)

           ในภาวะฉุกเฉินแพทย์จะไม่สามารถคาดเดาอาการของผู้ป่วยในแต่ละครั้งได้ ดังนั้นแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินจึงต้องเป็นแพทย์ที่มีองค์ความรู้ของภาวะฉุกเฉินในทุกระบบ เช่น ศัลยกรรม อายุรกรรม กุมารเวชกรรม สูตินรีเวช พิษวิทยา รวมถึงต้องสามารถดูแลและจำแนกลำดับผู้ป่วยตามสภาวะฉุกเฉินในขณะนั้น เพื่อให้แพทย์ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้คุ้มค่ามากที่สุด เมื่อหมดภาวะฉุกเฉินจะต้องมีการประเมินผู้ป่วยอีกครั้งตลอดจนแนะนำผู้ป่วยและญาติเกี่ยวข้องการป้องกัน และสร้างเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันภาวะฉุกเฉินที่ผู้ป่วยสามารถป้องกันได้ด้วยตนเองลดการมาโรงพยาบาล โดยไม่มีความจำเป็น หรือจำเป็นต้องมีการประสานงานเพื่อส่งหรือปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางสาขาอื่นที่เกี่ยวข้องสำหรับการดูแลที่เหมาะสมและปลอดภัยต่อไป

             นอกจากนั้นแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินยังมีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องของการดูแลผู้ป่วยจำนวนมาก ๆ จากการเกิดภัยพิบัติหรืออุบัติภัยหมู่ (Mass casualty, Disaster management) โดยทำงานเป็นทีมร่วมกับพยาบาลเวชศาตร์ฉุกเฉินและบุคคลากรอื่นที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยฉุกเฉินทั้งหมด

 

 

 

            โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา สภากาชาดไทย ได้เล็งเห็นความสำคัญของการแพทย์ด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิน จึงเริ่มก่อตั้งฝ่ายเวชศาสตร์ฉุกเฉินขึ้น ในปี พ.ศ.2558 โดยได้ผนวกเข้ากับฝ่ายผู้ป่วยนอก เพื่อการดูแลผู้ป่วยในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี และทุกจังหวัดในภาคตะวันออกที่ทำการส่งตัวมารักษา ที่ฝ่ายผู้ป่วยนอกและอุบัติเหตุ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการตรวจรักษาผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง แก่ผู้ป่วยที่มาขอรับการบริการ ณ ห้องฉุกเฉินด้วยอาการรุนแรงและรีบด่วน ซึ่งจะต้องได้รับการตรวจรักษาทันที นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ของนักศึกษาแพทย์ แพทย์ประจำบ้าน นักศึกษาพยาบาล จากสถาบันต่างๆตลอดจนหลักสูตรสำหรับนักศึกษาแพทย์จากต่างประเทศที่เข้ามาเรียนรู้เพิ่มพูนทักษะด้านการแพทย์ ในปัจจุบันมีแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินปฏิบัติงานจำนวน 4 คน ซึ่งยังมีจำนวนน้อยไม่เพียงพอต่อการให้บริการ กรอปกับภาระงานด้านการเรียนการสอนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก

 

 

 

 

ศักยภาพในปัจจุบัน ประกอบด้วย ห้องดูแลผู้ป่วยหนักต้องได้รับการกู้ชีพ 2 ห้อง สามารถรับผู้ป่วยได้ 2 เตียง ผู้ป่วยฉุกเฉินอายุรกรรม 10 เตียง ผู้ป่วยฉุกเฉินอุบัติเหตุ 4 เตียง ห้องสังเกตอาหารผู้ป่วย 7 เตียง รถพยาบาลฉุกเฉิน พร้อมออกรับผู้ป่วยฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง จำนวน 2 คัน

นอกจากนี้โรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชา สภากาชาดไทยยังเป็นแม่ข่ายในการดูแลรถพยาบาลฉุกเฉิน เขตสุขภาพที่ 3 ของจังหวัดชลบุรีในการลำเลียงผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลต่างๆ โดยมีการฝึกซ้อมเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์พิเศษอย่างสม่ำเสมอ       

 

 

 

 

และในปัจจุบันฝ่ายผู้ป่วยนอกและอุบัติเหตุ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา สภากาชาดไทย เป็นสถานพยาบาลลำดับแรกในการรองรับผู้ป่วยที่ประสบเหตุจากการเกิดภัยพิบัติหรืออุบัติภัยหมู่ในเขตจังหวัดชลบุรี ซึ่งทางโรงพยาบาลยังต้องการทรัพยากรมาสนับสนุนการดำเนินงานในทุกๆด้านเพื่อการดูแลรักษาผู้ป่วยที่ประสบเหตุจำนวนมากในแต่ละครั้ง ซึ่งยังไม่เพียงพอกับความต้องการ เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ป่วยที่ต้องรับผิดชอบทั้งหมด

 

 

 

*ภาพจากเหตุการณ์จริง เหตุการณ์เรือบรรทุกสารเคมีระเบิด ณ ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี 
มีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ และละแวกข้างเคียง จำนวนมาก วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2562

 

 

  

*ภาพจากเหตุการณ์จริง การตั้งกระโจมล้างสารเคมีเคลื่อนที่

             การพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินสู่มาตรฐานสากลด้าน ระบบเคลื่อนย้ายและส่งต่อผู้เจ็บ/ป่วยโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ได้ร่วมกับโรงพยาบาลชลบุรี สนับสนุนโดยสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) และกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งได้เริ่มโครงการจัดตั้ง ระบบลำเลียงทางอากาศโดยเฮลิคอปเตอร์สำหรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกขึ้น และทำการฝึกซ้อมได้ตามแผน และในอนาคตจะมีการพัฒนาขึ้นตามลำดับ

 

 

  

 

*ภาพจากเหตุการณ์จริง การฝึกซ้อม ระบบลำเลียงทางอากาศโดยเฮลิคอปเตอร์สำหรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (HEMS for EEC) ณ ด่านเก็บเงินหนองขาม จังหวัดชลบุรี วันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2562

Copyright ? 2020 Queen Savang Vadhana Memorial Hospital  Rights Reserved.


joomla counter Queen Savang Vadhana Memorial Hospital