ความปลอดภัยของเครื่องสำอาง (Cosmetic safety)

           

ภญ.อรพรรณ จำเริญ                 

เภสัชกรหน่วยคลังยา โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา

 

                พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 ได้ให้ความหมายของ “เครื่องสำอาง” ไว้ว่า สิ่งเสริมแต่งหรือบำรุงใบหน้า ผิวพรรณ ผม ฯลฯ ให้ดูงาม เช่น แป้ง ลิปสติก ดินสอเขียนคิ้ว โดยเป็นวัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้ทา ถู นวด โรย พ่น หยอด ใส่ อบ หรือกระทำด้วยวิธีอื่นใดต่อส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย เพื่อความสะอาด ความสวยงาม หรือส่งเสริมให้เกิดความสวยงาม และรวมตลอดทั้งเครื่องประทินผิวต่าง ๆ ด้วย แต่เครื่องสำอางจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทางด้านกายภาพได้ ซึ่งต่างจากความหมายของ “ยา” ตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 ได้ให้ความหมายคือ วัตถุที่รับรองไว้ในตำรายาที่รัฐมนตรีประกาศ ที่มุ่งหมายสำหรับใช้ในการวินิจฉัย บำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรค หรือความเจ็บป่วย ของมนุษย์หรือสัตว์ ซึ่งหมายถึงยาสามารถเปลี่ยนแปลง หรือมีผลต่อโครงสร้างและหน้าที่ของร่างกายได้ นอกจากนี้ยังมี “เวชสำอาง” ซึ่งหมายถึงสารหรือสิ่งปรุงต่างๆ ที่ใช้กับผิวหนังรวมถึงส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายมนุษย์ โดยมีจุดมุ่งเน้นเพื่อทำความสะอาด ป้องกัน เติมแต่ง และเสริมความงาม โดยมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางด้านกายภาพได้

                ด้วยความหลากหลายและความซับซ้อนของผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องสำอาง ยา และเวชสำอาง ทำให้จำเป็นต้องมีองค์กรที่มีหน้าที่กำกับดูแล คือ “สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.” ซึ่งดำเนินงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ปกป้องและคุ้มครองสุขภาพประชาชนจากการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ (ซึ่งผลิตภัณฑ์สุขภาพ หมายถึง อาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ วัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือน และวัตถุเสพติดที่ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์) โดยผลิตภัณฑ์สุขภาพเหล่านั้นต้องมีคุณภาพมาตรฐานและปลอดภัย มีการส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคที่ถูกต้องด้วยข้อมูลวิชาการที่มีหลักฐาน เชื่อถือได้และมีความเหมาะสม เพื่อให้ประชาชนได้บริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ปลอดภัยและสมประโยชน์

                โดยผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องสำอาง ยา และเวชสำอางนั้น ประเภทที่มีการเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายและมากที่สุด คือ “เครื่องสำอาง” ดังนั้นการรู้จักและเข้าใจในข้อมูลความปลอดภัยของเครื่องสำอางจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้บริโภค โดยองค์ประกอบหลักที่สำคัญในเครื่องสำอาง คือ น้ำหอม สารกันเสีย และสี ซึ่งนับได้ว่าองค์ประกอบดังกล่าวในผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้กับผิวหนัง สามารถส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคได้ ผู้บริโภคจำเป็นต้องมีความรู้ในการเลือกใช้ ซึ่ง ”น้ำหอม” ก็เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการแพ้ของผิวหนัง น้ำหอมประกอบด้วยสารเคมีและสารธรรมชาติต่างๆรวมกันมากมาย เครื่องสำอางที่ติดฉลากว่า "ปราศจากน้ำหอม" บางชนิดปราศจากการใส่น้ำหอมจริงๆ แต่บางผลิตภัณฑ์ยังมีการปรุงแต่งด้วยน้ำหอมเล็กน้อยเพื่อกลบกลิ่นไขและสารประกอบอื่นๆ ส่วน “สารกันเสีย” ในเครื่องสำอาง นับเป็นอันดับสองรองจากน้ำหอมที่ก่อให้เกิดปัญหาทำให้ผิวหนังแพ้ได้ สารกันเสียทำหน้าที่กันเชื้อแบคทีเรียและราไม่ให้เจริญเติบโตในผลิตภัณฑ์ และยังป้องกันไม่ให้ผลิตภัณฑ์เสียง่ายเมื่อได้รับแสงแดดและความร้อน และยังมี “สี” ในเครื่องสำอาง ต้องเป็นสีที่ปลอดภัยตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา คือ สีที่ใช้สำหรับ อาหาร ยาและเครื่องสำอาง (FD&C) หรือสีที่ใช้สำหรับยาและเครื่องสำอาง (D&C) หรือสีใช้ภายนอกสำหรับยาและเครื่องสำอางเท่านั้น

                การเลือกเครื่องสำอางที่ปลอดภัย นอกจากการรู้จักและหลีกเลี่ยงส่วนประกอบในเครื่องสำอางที่มีโอกาสแพ้และเป็นอันตรายต่อผิวได้ตามที่ได้กล่าวมาก่อนหน้านั้น การเลือกเครื่องสำอางอย่างปลอดภัย มีวิธีการดูง่ายๆดังนี้

1.ซื้อเครื่องสำอางจากร้านค้าที่มีหลักแหล่งแน่นอน เชื่อถือได้ เพราะหากเกิดปัญหาสามารถติดต่อผู้รับผิดชอบได้

2.ซื้อเครื่องสำอางที่มีฉลากภาษาไทย โดยฉลากของเครื่องสำอางต้องใช้ข้อความภาษาไทยที่มองเห็นและอ่านได้ชัดเจน โดยอย่างน้อยต้องระบุข้อความอันจำเป็น ดังนี้

  • ชื่อเครื่องสำอางและชื่อทางการค้าของเครื่องสำอาง
  • ประเภทหรือชนิดของเครื่องสำอาง
  • ชื่อของสารทุกชนิดที่ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิต เครื่องสำอาง เรียงลำดับตามปริมาณของสารจากมากไปหาน้อย
  • วิธีใช้เครื่องสำอาง
  • ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต กรณีเป็นเครื่องสำอางที่ผลิตในประเทศ / ชื่อและที่ตั้งของผู้นำเข้า และชื่อผู้ผลิตและประเทศที่ผลิต กรณีเป็นเครื่องสำอางนำเข้า
  • ปริมาณสุทธิ
  • เลขที่แสดงครั้งที่ผลิต
  • เดือน ปีที่ผลิต หรือ ปี เดือน ที่ผลิต

3.ซื้อเครื่องสำอางที่มีภาชนะบรรจุหีบห่ออยู่ในสภาพดี ไม่แตกรั่ว และมีการเก็บรักษาอย่างดี ไม่อยู่ในที่ร้อนชื้นหรือโดนแสงแดด

4.อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง

ข้อแนะนำในการใช้เครื่องสำอางเพิ่มเติม

1.อ่านฉลากผลิตภัณฑ์ให้ละเอียด โดยเฉพาะวิธีใช้และคำเตือน

2.ควรมีการทดสอบก่อนใช้ โดยการทาเครื่องสำอางในปริมาณเล็กน้อย ที่บริเวณท้องแขน

แล้วทิ้งไว้ 24 – 48 ชั่วโมง หากไม่มีความผิดปกติ แสดงว่า ปลอดภัย

3.เมื่อใช้เครื่องสำอางเสร็จแล้วต้องปิดให้สนิท และเก็บไว้ที่ไม่โดนแสงแดด

4.อย่าแบ่งปันหรือใช้เครื่องสำอางร่วมกับผู้อื่น เพราะอาจเกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรค

5.เมื่อเครื่องสำอางมีลักษณะสี กลิ่น ความข้นเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อย่าเสียดาย ให้ทิ้งไป

6.หากใช้เครื่องสำอางใดแล้ว มีความผิดปกติเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ครั้งแรกหรือใช้มานานแล้วก็ตาม ต้องหยุดใช้ทันที และรีบไปพบแพทย์

 
Copyright ? 2020 Queen Savang Vadhana Memorial Hospital  Rights Reserved.


joomla counter Queen Savang Vadhana Memorial Hospital