แพทย์หญิงพิมพ์อร คงประยูร

 

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก 

Human Papillomavirus (HPV) Vaccine

                                                         

         

มะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่พบมากในหญิงไทยเป็นอันดับที่ 2 รองจากมะเร็งเต้านม ในปีพ.ศ.2560 พบว่าหญิงไทยเป็นมะเร็งปากมดลูกสูงถึง 8,184 คนต่อปี และมีอัตราเสียชีวิตเกินครึ่ง ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัส Human Papilloma Virus (HPV) หรือที่เรียกว่า HPV กลุ่มความเสี่ยงสูง (high-risk HPV) ได้แก่ สายพันธุ์ 16, 18, 31, 33, 35, 39, 41, 42, 45, 52, 55, 58, 66 และ 68 ซึ่งสายพันธุ์ที่รุนแรงที่สุดคือ สายพันธุ์ที่ 16 และ 18 ซึ่งพบว่าเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกถึงร้อยละ 70-80  
 

 

 

 

 

เชื้อ HPV สามารถติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์ โดยเฉลี่ยใช้เวลาประมาณ 5 – 10 ปี ในการเปลี่ยนแปลงเซลล์ปากมดลูกให้กลายเป็นมะเร็งปากมดลูก การติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายที่มีเชื้อ HPV นอกจากนี้ เชื้อ HPV ยังก่อให้เกิดมะเร็งชนิดอื่นๆ เช่น มะเร็งทวารหนัก รวมถึงหูดหงอนไก่ได้อีกด้วย ซึ่งสามารถพบได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย

มะเร็งปากมดลูกมักพบในหญิงวัย 30 - 55 ปี เริ่มต้นมักไม่แสดงอาการ ต่อมาอาจมีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด น้ำหนักตัวลด อ่อนเพลีย ปวดอุ้งเชิงกรานและหลัง ขาบวมข้างเดียว หรือทั้งสองข้าง ตลอดจนมีอาการท้องผูก ปัสสาวะเป็นเลือด อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัสสาวะหรืออุจจาระลำบาก อย่างไรก็ตามมะเร็งปากมดลูกสามารถป้องกันได้โดยการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Pap Smear) และฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้

 

ใครควรได้รับวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก

การรับวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกสามารถฉีดได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย โดยแนะนำให้ฉีดในผู้หญิงอายุตั้งแต่ 9-45 ปี และผู้ชายควรฉีดวัคซีนในช่วงอายุ 9-26 ปี โดยเน้นให้ฉีดช่วงอายุ 11-12 ปี หากได้รับวัคซีนก่อนการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก และร่างกายอยู่ในวัยที่สร้างภูมิคุ้มกันได้ดีจะทำให้ได้รับประสิทธิภาพจากวัคซีนสูงสุด ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์แล้วก็สามารถฉีดได้ แต่ประสิทธิภาพอาจจะลดลงทำให้ได้ผลดีไม่เท่ากับผู้ที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน

 

 

 

 

 

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกมีกี่ประเภท

ปัจจุบันในประเทศไทยมีวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก 2 ชนิด ซึ่งสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ถึง 70% คือ

1.ชนิด 2 สายพันธุ์

2.ชนิด 4 สายพันธุ์ โดยป้องกันโรคหูดที่อวัยวะเพศอีก 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ 6 และ 11 ได้ถึง 95%

 

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก ต้องฉีดทั้งหมดกี่เข็ม            

  • จะต้องฉีด 3 เข็ม โดยเข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 1-2 เดือน และเข็มที่ 3 ห่างจากเข็มแรก 6 เดือน
  • สำหรับในเด็ก หรือวัยรุ่นก่อนอายุ 15 ปี  ให้ฉีดเพียง 2 เข็ม โดยฉีดห่างกัน 6-12 เดือน นับจากการฉีดเข็มแรก

ความสามารถในการป้องกันการติดเชื้อจะเกิดขึ้นภายใน 1 เดือน หลังจากได้รับวัคซีนครบ 3 เข็ม 
และเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุด ควรได้รับวัคซีนตั้งแต่ยังไม่ติดเชื้อ HPV นั่นคือก่อนการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก
และหลังจากฉีดวัคซีนแล้วมักไม่พบอาการข้างเคียงที่รุนแรง

 

*ผู้ที่ภาวะภูมิไวเกิน(Hypersensitivity) ต่อสารประกอบในวัคซีนห้ามฉีดวัคซีน HPV*

 

หลังฉีดวัคซีนมีความจำเป็นต้องตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามปกติ เนื่องจากวัคซีนสามารถป้องกันการติดเชื้อ HPV เฉพาะสายพันธุ์ที่ระบุไว้ในวัคซีน 
ไม่สามารถป้องการติดเชื้อจากสายพันธุ์ที่นอกเหนือจากที่อยู่ในวัคซีนได้

Copyright ? 2020 Queen Savang Vadhana Memorial Hospital  Rights Reserved.


joomla counter Queen Savang Vadhana Memorial Hospital