ภาวะตาขี้เกียจ

 

            

      แพทย์หญิงธัญพิชชา   ฉัตรอัศวปรีดา            

   

            สายตาขี้เกียจ เป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาตาบอดในเด็กทั่วโลก พบได้ถึง 2-4%ของประชากร เป็นโรคที่สามารถรักษาหายได้ถ้าได้รับการรักษาตั้งแต่อายุน้อยหรือเพิ่งเป็นมาไม่นาน จึงมีความจำเป็นอย่างมากที่เด็กทุกคนควรได้รับการตรวจคัดกรองการมองเห็นตั้งแต่อายุน้อย

            ภาวะตาขี้เกียจ คือ ภาวะที่ตาข้างหนึ่งหรือตาทั้งสองข้างมีความสามารถในการมองเห็นลดลง โดยตรวจไม่พบโรคทางตาใช้แว่นตาแก้ไขแล้วไม่ดีขึ้น เป็นผลมาจากการพัฒนาการมองเห็นที่ผิดปกติ
            การพัฒนาของระบบการมองเห็นเริ่มตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุประมาณ 8 ปี และจะสามารถพัฒนาเป็นปกติได้ก็ต่อเมื่อเด็กมีการมองเห็นที่ดีและใช้ตาสองข้างเท่าๆกัน เมื่อมีสาเหตุอะไรก็ตามที่ทำให้เด็กมองไม่ชัดเป็นเวลานาน จะทำให้ระบบการมองเห็นของตาข้างที่มองไม่ชัดหรือไม่ได้ใช้งานไม่สามารถพัฒนาได้อย่างปกติ ส่งผลให้การมองเห็นลดลง และเรียกภาวะนี้ว่า “ตาขี้เกียจ” และด้วยสาเหตุนี้ทำให้ภาวะตาขี้เกียจรักษาได้ยากเมื่ออายุเกิน 8 ปี หรือเลยช่วงพัฒนาของระบบการมองเห็นไปแล้ว

            ปัจจัยที่มีผลต่อความรุนแรงของภาวะตาขี้เกียจ ได้แก่ เริ่มเป็นตั้งแต่อายุน้อย ระยะเวลาที่เป็นมานานก่อนการรักษา และชนิดของตาขี้เกียจ

            ชนิดของตาขี้เกียจ สามารถแบ่งตามสาเหตุได้ดังนี้
            
1. โรคตาเขหรือตาเหล่ พบได้บ่อยที่สุด สามารถพบตาขี้เกียจร่วมด้วยถึง 50%
            2. ภาวะสายตาทั้งสองข้างมีความผิดปกติไม่เท่ากัน พบมากเป็นอันดับสอง วินิจฉัยโดยการให้ใส่แว่นที่เหมาะสมแล้ว พบว่ายังมองไม่ชัดเท่าตาข้างดี ยิ่งมีค่าสายตาที่ผิดปกติมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้เกิดโอกาสและความรุนแรงของภาวะตาขี้เกียจมากขึ้น
            3. ภาวะสายตาผิดปกติมากสองข้างในปริมาณเท่าๆกัน ทำให้เกิดตาขี้เกียจสองข้าง
            4. ภาวะที่มีการบดบังการมองเห็น เช่น โรคต้อกระจกในเด็ก หนังตาตก สาเหตุนี้พบน้อยที่สุด แต่มีความรุนแรงมากที่สุด

            การรักษา
            - ใส่แว่นตาแก้ไขภาวะสายตาผิดปกติ
            - ผ่าตัดรักษาโรคทางตาที่เป็นสาเหตุ
            - กระตุ้นให้ตาข้างที่มีภาวะตาขี้เกียจทำงานได้ดีขึ้น เช่น ปิดตาข้างดีประมาณ 2-6 ชั่วโมงต่อวันหรือตามที่จักษุแพทย์แนะนำ ร่วมกับทำกิจกรรมเพื่อกระตุ้นการมองเห็น เช่น เขียนหนังสือ วาดรูป 1-2 ชั่วโมงต่อวัน

            การป้องกัน (ก่อนการรักษา)
            ภาวะตาขี้เกียจสามารถป้องกันและรักษาให้หายได้ ถ้าหากสามารถวินิจฉัยและให้การรักษาที่ถูกต้องโดยในช่วงแรกเกิดถึงอายุ 3 ปี เด็กทุกคนควรได้รับการตรวจระดับสายตา การตรวจตาเบื้องต้นด้วยตนเองสามารถทำได้โดยมองลูกเวลาลืมตา ดูลักษณะตาว่ามีความผิดปกติหรือไม่ เช่น ลูกตาเล็ก กระจกตาดำขุ่นหรือเป็นสีขาว ถ้าปกติดีควรรอสังเกตถึงอายุ 2-3 เดือน เด็กมักจ้องหน้าพ่อแม่หรือคนคุ้นเคยได้หรืออายุ 6 เดือนสามารถกลอกตาตามสิ่งของได้

            เมื่อไรที่ผู้ปกครองควรพาเด็กไปพบจักษุแพทย์
            - คลอดก่อนกำหนดที่กุมารแพทย์แนะนำให้ตรวจตา
            - มีความผิดปกติทางสมองและพัฒนาการ
            - มีโรคประจำตัวที่แพทย์เห็นว่าสัมพันธ์กับโรคทางตา
            - เมื่ออายุ 2-3 เดือน ไม่ยอมจ้องหน้าหรือมีตาสั่นผิดปกติ ตาแกว่งในทิศทางไม่แน่นอน ตาเหล่หรือ
ตาเขร่วมด้วย
            - สงสัยว่าเด็กมองไม่ชัด เช่น เอียงคอมอง หยีตามอง ดูโทรทัศน์ใกล้ๆ ใช้นิ้วกดตา หรือกระพริบตาบ่อยๆ
            - มีประวัติพ่อแม่สายสาสั้นมาก หรือมีโรคทางตาที่อาจถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่น มะเร็งจอประสาทตา โรคต้อกระจกแต่กำเนิด โรคต้อหินแต่กำเนิด เป็นต้น

 
 
Copyright ? 2018 Queen Savang Vadhana Memorial Hospital  Rights Reserved.


joomla counter Queen Savang Vadhana Memorial Hospital