มะเร็งปากมดลูก . . . ภัยร้ายที่ป้องกันได้

        

     แพทย์หญิง นภัส อินจำปา               

บทนำ

มะเร็งปากมดลูก เป็นปัญหาที่สำคัญของระบบสาธารณสุขไทย พบได้เป็นอันดับที่ 2 ของมะเร็งในสตรีไทย รองจากมะเร็งเต้านม ( 5 อันดับ เต้านม ปากมดลูก ตับ ปอด ลำไส้) พบผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ ประมาณ 8000-9000 คนต่อปี และ เสียชีวิตร้อยละ 50 ของผู้ป่วย หมายความว่าทุกๆวันจะมีผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกเสียชีวิต 12- 14 คน ช่วงอายุที่พบได้ มะเร็งปากมดลูก 30 – 60 ปี

สาเหตุของมะเร็งปากมดลูก

1.สาเหตุหลัก คือ การติดเชื้อ Human papilloma virus – HPV สายพันธุ์ความเสี่ยงสูง

2.ปัจจัยร่วม ผู้หญิง

-  การมีคู่นอนหลายคน

-  การมีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุน้อย โดยเฉพาะในช่วง 1 ปีแรกหลังจากเริ่มมีระดู

-  การตั้งครรภ์ / มีลูกหลายคนจำนวนครั้งของการคลอดลูกมีชีพมากกว่า 4 ครั้ง จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูกสูงขึ้น 2-3 เท่า

-  การมีประวัติเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ์ เช่น เริม ซิฟิลิส หนองในแท้ หนองในเทียม โรคพยาธิทริโคโมแนส เชื้อรา หูดหงอนไก่ เป็นต้น

-  การกินยาคุมนาน ไม่เกิน 5 ปี ความเสี่ยง = 0.9 เท่า, 5-9 ปี ความเสี่ยง = 1.3 เท่า,มากกว่า 10 ปี ความเสี่ยง = 2.5 เท่า

-  การไม่เคยทำ Pap smear

 

3.ปัจจัยร่วม ผู้ชาย

-  สตรีที่มีสามีเป็นมะเร็งขององคชาต

-  ภรรยาคนก่อนเป็นมะเร็งปากมดลูก

-   เคยเป็นกามโรค

-   เที่ยวผู้หญิงเมื่ออายุน้อย

-  มีคู่นอนหลายคน

 

4.ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ

-  การสูบบุหรี่

-  ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น AIDS SLE หรือได้รับยาที่กดภูมิคุ้มกัน

-  สตรีที่มีฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมต่ำ

-  การขาดสารอาหารบางชนิด : การรับประทานอาหารที่มีวิตามินเอ วิตามินซี และกรดโฟลิคต่ำ อาจเกี่ยวข้องกับการเป็นมะเร็งปากมดลูก

แต่โดยทั่วไปแล้ว การขาดสารอาหารดังกล่าวมีผลน้อยมากต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูก

 

อาการของมะเร็งปากมดลูก

1. เลือดออกทางช่องคลอด เป็นอาการที่พบได้มากที่สุดประมาณร้อยละ 80 - 90 ของผู้ป่วยที่มีอาการ ลักษณะเลือดที่ออกอาจจะเป็น

         - เลือดออกกะปริบกะปรอยระหว่างรอบเดือน

         - เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์

         - มีน้ำออกปนเลือด

         - ตกขาวปนเลือด

         - เลือดออกหลังวัยหมดประจำเดือน

2. อาการในระยะลุกลาม

- ขาบวม

- ปวดหลังรุนแรง ปวดก้นกบและต้นขา

- ปัสสาวะเป็นเลือด

- ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด

 

การวินิจฉัย และการกำหนดระยะของโรคมะเร็งปากมดลูก

              1.แพทย์จะทำการสอบถามประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจภายใน

              2.ถ้าตรวจพบรอยโรคที่สงสัย จะทำการตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจ

              3.ตรวจเลือด ดูความเข้มข้นของเลือด การทำงานของตับ ไต และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ์เช่น HIV, hepatitis B virus, ซิฟิลิส

              4.ตรวจ x-ray ปอด ฉีดสีดูการทำงานของไต (IVP)

              5.ส่องกล้องตรวจกระเพาะปัสสาวะและสำไส้

              6.หรืออาจตรวจเป็น CT MRI ตามความเหมาะสม

 

การกำหนดระยะของมะเร็งปากมดลูก การรักษา และการพยากรณ์โรค

ระยะที่

Description

การรักษา

อัตราการอยู่รอด ใน 5 ปี

(5 year survival rate )

1

อยู่ที่ปากมดลูกเท่านั้น

ผ่าตัด และ/หรือ

รังสีรักษา

80-93%

2

มีการกระจายออกมานอกปากมดลูก ยังไม่ไปอวัยวะข้างเคียง

รังสีรักษา

58-63%

3

มีการกระจายออกมานอกปากมดลูก ไปที่ ช่องคลอด เนื้อเยื่อในอุ้งเชิงกราน กดท่อไต

รังสีรักษา

32—35%

4

มีการกระจายไป กระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ ตับ ปอด ต่อมน้ำเหลือง เป็นต้น

รังสีรักษา

เคมีบำบัด

น้อยกว่า 16 %

  

การป้องกันมะเร็งปากมดลูก

ระดับการป้องกัน

หมายถึง

วิธีการ

การป้องกัน แบบปฐมภูมิ

การป้องกันก่อนรับสาเหตุ เช่น HPV วัคซีน สร้างภูมิคุ้มกัน

-          HPV vaccine

-          เพศสัมพันธุ์แบบปลอดภัย

-          เลือกสามีที่ความเสียงต่ำ

การป้องกัน แบบทุติยภูมิ

การคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

-          Pap smear

-          HPV DNA testing

-          การรักษารอยโรค ก่อนเป็นมะเร็ง

การป้องกัน แบบตติยภูมิ

การรักษาเมื่อวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งแล้ว และ การรักษาแบบประคับประคอง

-          ผ่าตัด

-          รังสีรักษา

-          เคมีบำบัด

-          palliative care

ฝากถึงคุณผู้หญิงทุกคน

              1.มะเร็งปากมดลูก ป้องกันได้

              2.ควรเข้ารับบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกประจำปี เริ่มตั้งแต่เมื่อเริ่มมีเพศสัมพันธ์ จนถึงอายุ 65 ปี หรือกรณีที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธุ์สามารถเริ่มตั้งแต่อายุ 30 ปีเป็นต้นไป

              3.วัคซีนมะเร็งปากมดลูก สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีที่เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 – 26 ปี จะได้ผลดี ส่วนผู้ที่อายุมากกว่า 26 ปีก็สามารถฉีดได้ แต่ควรเข้ารับคำปรึกษากับสูตินรีแพทย์ก่อน

              4.เมื่อมีอาการ ตกขาวมากมีกลิ่นเหม็น เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ไม่ควรใจเย็นควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษา

Reference

1.จตุพล ศรีสมบูรณ์. มะเร็งปากมดลูก การวินิจฉัยและการรักษา. กรุงเทพฯ : พี.บี.ฟอเรนบุ๊คส์เซนเตอร์, 2547 : 1-227.

Copyright ? 2018 Queen Savang Vadhana Memorial Hospital  Rights Reserved.


joomla counter Queen Savang Vadhana Memorial Hospital