แอสไพริน  ?

   

เภสัชกรหญิงทิพวรรณ  วงเวียน

      แอสไพริน เป็นชื่อยาที่สมัยก่อนรู้จักกันดีว่าเป็นยาบรรเทาปวดลดไข้ที่มีราคาถูก หาซื้อง่าย มีประสิทธิภาพเร็วทันใจ ตามชื่อยายี่ห้อยา เช่น ทันใจ ทัมใจ บวดหาย ยาแก้เด็กตัวร้อนตราหัวสิงห์ เรียกได้ว่า เกือบจะเป็นยาสามัญประจำบ้านกันเลยทีเดียว แต่ต่อมาเมื่อคุณสมบัติด้านที่ไม่ค่อยดี หรือที่เรียกกันว่าผลข้างเคียงของแอสไพรินถูกเปิดเผยออกมา คือทำให้มีเลือดออกในช่องท้องและกระเพาะอาหาร หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกกันว่ามีฤทธิ์กัดกระเพาะ และเพิ่มอาการหรือความรุนแรงของโรคไข้เลือดออก ความนิยมในยาแอสไพรินก็ค่อยๆ ลดลง และใครต่อใครก็หันไปใช้ยาพาราเซตามอล ที่อาการข้างเคียงน้อยกว่าแทน    แต่อย่างไรก็ตาม แอสไพรินยังคงมีการใช้กันอยู่ถึงจะไม่แพร่หลายเท่าพาราเซตามอล แต่แอสไพรินก็ยังอยู่ และยังมีความพยายามนำกลับมาใช้ด้วยจุดประสงค์ใหม่ๆ มีการเผยแพร่ข้อมูลด้านดีของแอสไพรินมากขึ้น และเพิ่มเติมข้อมูลให้ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้ยา                ให้ระมัดระวังผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้น

 

ประโยชน์ด้านดีของแอสไพรินนอกจากฤทธิ์แก้ปวดลดไข้

 

ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ

      ไม่ว่าจะเป็นไขมันโคเลสเตอรอลสูง ความดันโลหิตสูง น้ำหนักเกิน สูบบุหรี่ หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ ถ้าคุณมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งในนี้  การกินยาแอสไพรินอาจช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้เกือบร้อยละ 30 โดยทำให้เลือดไม่จับตัวเป็นก้อน และยับยั้งการอักเสบของหลอดเลือด ซึ่งผู้ป่วยบางรายที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ หมอจะสั่งยาแอสไพรินให้กินเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ  หรือในผู้ป่วยบางรายที่เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดที่รุนแรง หมอจะให้เคี้ยวยาแอสไพรินทันที เพราะจะยับยั้งอาการอุดตันของหลอดเลือดที่ทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกได้  ดังนั้นจุดประสงค์ของการใช้ยาแอสไพรินในปัจจุบันจึงใช้เพื่อป้องกัน และรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจมากกว่าการกินเพื่อบรรเทาปวดลดไข้

 

ป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง

      ท่านไม่มีทางเกิดโรคหลอดเลือดสมอง หรือภาวะหลอดเลือดสมองตีบได้ ถ้าไม่เกิดลิ่มเลือดไปอุดตันหลอดเลือดสมอง ซึ่งแอสไพรินมีฤทธิ์ป้องกันไม่ให้เลือดจับตัวเป็นก้อน หรือเป็นลิ่มเลือดในสมอง การกินยาแอสไพรินทุกวันพบว่าสามารถช่วยลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง ได้มากกว่าร้อยละ 25 ในผู้ป่วยที่เคยมีภาวะดังกล่าว หรือมีแนวโน้มว่าจะเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบ อัมพฤกษ์ หรืออัมพาต หมอจะสั่งแอสไพรินเพื่อป้องกันไม่ให้โรคกำเริบซ้ำขึ้นมาอีก

 

ผลข้างเคียง และความเสี่ยง

ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้มีมิติที่หลากหลาย และไม่มีอะไรจะดีสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้จะมีงานวิจัยจำนวนมาก บอกว่าแอสไพรินมีประโยชน์ในการรักษาอาการต่างๆ มากกว่าการลดไข้บรรเทาปวด และในบางแห่งบางที่จะมีการพูดถึงสรรพคุณราวกับเป็นยาวิเศษ แต่นั่นอาจเป็นเพียงคุณสมบัติด้านเดียวที่แอสไพรินมี และอาจทำให้เราละเลยข้อควรระวังอื่นๆ

แอสไพรินใช่ว่าจะสามารถใช้ได้กับมนุษย์ทุกรูปแบบ บางครั้งอาจจะต้องให้หมอพิจารณาเป็นรายๆ ไป เช่น ในกรณีของเด็ก ผู้ป่วยโรคต่างๆ หญิงมีครรภ์ คนชรา ฯลฯ เพราะผลข้างเคียงที่เป็นข้อด้อยจะออกฤทธิ์รุนแรงหากผู้ที่กินเข้าไปมีอาการเกี่ยวกับเลือด เช่น เลือดออกในช่องท้องอยู่แล้ว ผลข้างเคียงของแอสไพรินก็คือ อาการคลื่นไส้ อาเจียน        ปวดท้อง ท้องอืด เสียดท้อง เสียงดังในรูหู อุจจาระมีสีดำ หรือมีเลือดปน หอบหืด หายใจขัด วิงเวียน สับสน กระวนกระวาย และซึม อีกประการหนึ่งก็คือแอสไพรินมักทำปฏิกิริยาในทางลบกับกระเพาะอาหาร ในภาษาทั่วไปก็คือมีฤทธิ์กัดกระเพาะ ทำให้เลือดออกได้ง่าย และเกิดอาการอักเสบ แอสไพรินอาจทำให้การตั้งครรภ์มีปัญหาได้โดยเฉพาะช่วงสามเดือนแรก และสามเดือนก่อนคลอด ดังนั้นการใช้ยาต้องอยู่ในการดูแลของหมอตลอดระยะเวลาที่ตั้งครรภ์

 

จะระวังอย่างไร ถ้ากินยาแอสไพริน ?

แอสไพรินที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้มีหลายรูปแบบ เช่น เป็นเม็ดธรรมดา เป็นเม็ดเคลือบ   เป็นเม็ดฟู่ที่ต้องละลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดควรกินแอสไพรินหลังอาหารทันที เพื่อป้องกันการกัดกระเพาะ และห้ามกินยาแอสไพรินหากป่วยเป็นอีสุกอีใส ไข้เลือดออก ไข้หวัดใหญ่ เพราะอาจเป็นอันตรายได้

หากคุณกินแอสไพรินเป็นยาแก้ปวด ผู้ใหญ่ไม่ควรกินยาติดต่อกันนานเกิน 10 วัน และ เด็กไม่ควรกินยาติดต่อกันเกิน 5 วันโดยไม่ปรึกษาหมอ

ผู้เป็นโรคต่อไปนี้ ได้แก่ โรคภูมิแพ้ ภาวะโลหิตจาง ภาวะเลือดออกผิดปกติ มีแผลในกระเพาะหรือลำไส้ หอบหืด ตับ ไต เก๊าท์หรือโรคข้อ เนื้องอกในโพรงมดลูก ไม่ควรกินแอสไพรินเองโดยไม่ปรึกษาหมอก่อนทุกครั้ง

ผู้ที่มีความจำเป็นต้องกินแอสไพรินเป็นประจำ ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ เพราะแอสไพรินนั้นปกติก็มีฤทธิ์กัดกระเพาะ เมื่อบวกกับแอลกอฮอล์ก็ยิ่งเร่งปฏิกิริยาให้กระเพาะเสียหายเร็วขึ้น

กรณีที่ต้องถอนฟัน หรือผ่าตัด ควรแจ้งให้หมอฟัน และหมอผ่าตัดรับทราบก่อนนัดมาถอนฟันหรือผ่าตัดทุกครั้ง เพราะแอสไพรินมีฤทธิ์ยับยั้งการจับตัวของเกล็ดเลือด ซึ่งเกล็ดเลือดมีหน้าที่ห้ามเลือดเวลาเกิดบาดแผลทำให้ผู้ที่กินแอสไพรินเป็นประจำมีโอกาสเลือดออกง่ายหรือเลือดหยุดยาก ดังนั้นควรหยุดกินแอสไพรินก่อนถอนฟันหรือผ่าตัด อย่างน้อย 3-7 วัน ซึ่งไม่ได้หมายความว่าให้หยุดกินยาเองก่อนไปพบหมอ ควรจะให้หมอเป็นผู้สั่งว่าควรหยุดกินยาวันไหน

หากเกิดผลข้างเคียงดังต่อไปนี้ ได้แก่ เลือดออกมากตามไรฟัน มีจ้ำเลือดเกิดขึ้นตามผิวหนัง ปวดท้องอย่างรุนแรง อาเจียนเป็นเลือด อุจจาระเป็นสีดำ ควรจะรีบมาพบหมอทันที

 

ยาก็คือยา ไม่ใช่ขนมและไม่ใช่สิ่งวิเศษ ไม่ควรลองกินแอสไพรินเพื่อป้องกันหรือรักษาอาการต่างๆ เอง หรือบางรายหยุดกินยาเองเพราะกลัวผลข้างเคียง ทั้งๆ ที่ยังไม่เกิดอาการใดๆ การเริ่มหรือหยุดกินแอสไพริน ควรปรึกษาหมอ หรือปฏิบัติตามคำแนะนำของหมออย่างเคร่งครัด เพื่อประโยชน์จากการกินยาที่ดีที่สุด …นะคะ

 
 
Copyright ? 2020 Queen Savang Vadhana Memorial Hospital  Rights Reserved.


joomla counter Queen Savang Vadhana Memorial Hospital