กลุ่มอาการทางตาเนื่องจากการใช้คอมพิวเตอร์

   

นายแพทย์ชยวิญญ์  ขจิตตานนท์

 

                กลุ่มอาการทางตาเนื่องจากการใช้คอมพิวเตอร์  คือโรค  หรือความผิดปกติทางตาและการมองเห็นที่มีความสัมพันธ์กับการใช้คอมพิวเตอร์  มีการศึกษาพบว่ากลุ่มคนที่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์จะมีปัญหาทางตามากกว่ากลุ่มอาชีพอื่นอย่างชัดเจน โดยพบว่า 75 - 90 % ของผู้ที่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์จะมีปัญหาทางตาและการมองเห็น  และ ประมาณ 20% มีปัญหาทางด้านกระดูก  ข้อ  และกล้ามเนื้อ

สาเหตุ  มี  3  ปัจจัย

1. หน้าจอคอมพิวเตอร์

                - ขนาดหน้าจอเล็กไม่เหมาะสม  เช่น  หน้าจอเล็ก  ขนาดตัวหนังสือเล็ก

                - ความสว่างของหน้าจอไม่เหมาะสม  เช่น  มืด  หรือสว่างเกินไป

                - ตำแหน่งไม่เหมาะสม  เช่น  อยู่สูง  หรือต่ำจากระดับสายตา

                - ข้อจำกัดของวิธีการสร้างภาพ  หรือตัวอักษรที่ปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ซึ่งโดยปกติตาของมนุษย์จะโฟกัสภาพ  หรือตัวหนังสือได้ดี  
ถ้าสิ่งดังกล่าวมีขอบเขตที่แน่นอน  และมีความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างสิ่งที่กำลังมองกับพื้นหลัง  ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้มองตัวหนังสือสีดำที่พิมพ์ลงบนกระดาษสีขาวได้อย่างชัดเจน และดีกว่าตัวหนังสือบนหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์  ดังนั้นตัวอักษรหน้าจอคอมพิวเตอร์จะไม่มีขอบเขตชัดเจนตลอดจนไม่มีความแตกต่างชัดเจนและที่ยิ่งทำให้ความคมชัดของตัวอักษรหรือภาพลดลงไปอีกคือในตัวอักษรแต่ละตัวยังไม่มีความสม่ำเสมอของแสงระหว่างตรงกลางของจุดแสงกับบริเวณริมๆ ของจุดแสงเป็นเหตุให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ต้องเพ่งเพื่อหาโฟกัสอยู่ตลอดเวลา  ซึ่งเป็นสาเหตุให้มีอาการปวดตา  ภาพมัว  ปวดศีรษะ  และตาแห้ง  เป็นต้น

2. ผู้ใช้คอมพิวเตอร์

               - สายตาผิดปกติแต่ไม่ได้รับการแก้ไขให้เหมาะสม

                - ทำงานติดต่อกันเป็นเวลานานๆ โดยไม่พัก  หรือละสายตาจาหน้าจอคอมพิวเตอร์

3. สภาพแวดล้อมในที่ทำงาน

                - แสงสว่างในที่ทำงานมาก  หรือน้อยเกินไป

                - แสงสว่างจากภายนอกเข้ามารบกวน

                - ตำแหน่งของดวงไฟไม่เหมาะสม

                - พื้นของโต๊ะทำงานปูด้วยวัสดุที่สะท้องแสง  เช่น  พื้นมันวาว หรือพื้นสีขาว 

อาการของโรค CVS  ที่พบได้  มีดังนี้

1. ปวดตา (eye strain) พบประมาณ ร้อยละ  76  สาเหตุเกิดจาก

                - การหดเกร็งของกล้ามเนื้อในลูกตาจากการเพ่งมากๆ

                - ค่าสายตาผิดปกติที่ไม่ได้รับการแก้ไขที่เหมาะสม

                - แสงสว่างมาก  หรือน้อยเกินไป

                - ภาวะแสงแตกกระจาย  หรือสะท้อนมาจากที่อื่น  และเข้าสู่ตาอย่างไม่เหมาะสม

2. ตาแห้ง  หรือเคืองตา (dry  and  irritated  eyes)

                เนื่องจากขณะทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ผู้ทำงานจะมีอัตราการกระพริบลดลง  5  เท่า  เมื่อเทียบกับภาวะปกติ  ทำให้ผิวกระจกตาแห้งและมีอาการแสบเคืองตามมา  ซึ่งสาเหตุที่ทำให้กระพริบตาน้อยลงเพราะมีสมาธิกับการทำงานมาก  กลอกตาน้อยลงจึงทำให้การกระพริบตาน้อยลง

                กรณีที่ตั้งจอคอมพิวเตอร์สูงกว่าระดับสายตาทำให้ต้องเหลือบตามองขึ้น  ซึ่งการเหลือกตามองขึ้นทำให้เปลือกตาเปิดกว้างมากกว่าภาวะปกติจึงทำให้อัตราการระเหยของน้ำตาเพิ่มขึ้น  ตาจึงแห้งง่าย  แสบเคือง  และ

การกระพริบตาเกิดได้ไม่สมบูรณ์

3. ภาพมัว (blurred  vision) พบประมาณร้อยละ 52 เกิดจาก

                - ค่าสายตามี่ผิดปกติที่ไม่ได้รับการแก้ไขที่เหมาะสม

                - ใส่แว่น  หรือคอนแทคเลนส์ไม่ตรงกับสายตา

                - สายตายาวในคนที่อายุมากกว่า  หรือเท่ากับ  40  ปี

                - หน้าจอคอมพิวเตอร์สกปรก  หรือชำรุด

                - ตำแหน่งของจอคอมพิวเตอร์ไม่เหมาะสม

                - แสงสะท้อนแตกกระจายทั้งจากหน้าจอ  และสภาพแวดล้อมเข้าสู่ตาอย่างไม่เหมาะสม

                - สูญเสียความสามารถในการเพ่งเป็นพักๆ  เนื่องจากความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อในลูกตา

4. เกิดภาพซ้อน  พบได้ประมาณร้อยละ 26

                เกิดจากการที่กล้ามเนื้อนอกตาที่ควบคุมการกรอกตาเมื่อยล้ามาก  เมื่อทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ ทำให้กล้ามเนื้อหด  และคลายไม่สัมพันธ์กันระหว่างตาสองข้างจึงทำให้เกิดภาพซ้อนได้

5. แพ้แสง (light  sensitivity)

                เกิดจากการที่แสงแตกกระจายและสะท้อนมาจากที่อื่นเข้าสู่ตาเราอย่างไม่เหมาะสมซึ่งแหล่งของแสงดังกล่าวอาจจะมาจาก

                - หน้าจอคอมพิวเตอร์สว่างเกินไป

                - หน้าจอคอมพิวเตอร์มืดเกินไป

                - แสงจากโคมไฟตั้งโต๊ะฉายเข้าตาพอดี

                - แสงจากดวงไฟเหนือศีรษะ  หรือไฟเพดานส่องเข้าตา 

6. ปวดศีรษะ (headaches)

                โดยอาการปวดศีรษะอันเนื่องจากสาเหตุทางตามักปวดบริเวณศีรษะส่วนหน้า  หรือปวดบริเวณศีรษะ

ข้างใดข้างหนึ่งร่วมกับอาการปวดระหว่างคิ้ว

7. ปวดคอ  หรือปวดหลัง (Neck  and/or  backaches)

                กรณีนี้เกิดจากทิศทาง  หรือระยะห่างระหว่างคอมพิวเตอร์  และผู้ใช้ไม่เหมาะสม

วิธีป้องกัน  หรือลดอาการของโรค  CVS

       ปรับ  หรือแก้ไขที่จอคอมพิวเตอร์โดย

                1. ปรับความสว่างของหน้าจอให้พอดีเพื่อการมองเห็นภาพหรือตัวหนังสือที่คมชัด

                2. วางจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ตรงหน้าผู้ใช้พอดี  ไม่เฉียง  หรือเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง

                3. วางจอคอมพิวเตอร์ให้ห่างจากผู้ใช้ประมาณ  20-26  นิ้วฟุต

                4. วางจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตาพอดี  ไม่สูง  หรือต่ำเกินไป

                5. รักษาความสะอาดของหน้าจอเพื่อภาพที่ชัดเจน

                6. ใช้หน้ากากบังจอคอมพิวเตอร์เพื่อลดแสงที่ออกมาจากหน้าจอลง 

ปรับ  หรือแก้ไขที่ตัวผู้ใช้คอมพิวเตอร์

                1. แก้ไขภาวะค่าสายตาที่ผิดปกติให้เหมาะสม

                2. อาจใช้แว่นตาพิเศษสำหรับทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ซึ่งมีหลายแบบ  เช่น

                      - Single  vision  glasses  คือเลนส์ทั้งอันมี  power  เดียวเห็นที่ระยะ  arm  length  หรือที่หน้า-จอคอมพิวเตอร์พอดี  แต่ในผู้ใช้ที่มีภาวะสายตายาวแว่นแบบนี้อาจไม่เหมาะเพราะระยะอ่านหนังสือจะมัวลง

                      - Bifocal  vision  glasses  คล้ายกับแว่นสองชั้นในกลุ่มสายตายาว  เพียงแต่ช่วงบนของแว่นที่ใช้ใน

                         การทำงานคอมพิวเตอร์จะโฟกัสที่หน้าจอคอมพิวเตอร์พอดี  ส่วนช่วงด้านล่างจะโฟกัสที่ระยะ-

                         อ่านหนังสือพอดี

                    *  ในกลุ่มที่มีปัญหาแล้วจะใช้แว่นสองชั้นที่ทำมาเพื่อกลุ่มสายตายาวมาใช้ในการทำงานคอมพิวเตอร์ 

        ไม่แนะนำแว่นสองชั้นไปใช้ในการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์

                     *  แว่น  Trifocal  โดยเลนส์จะแบ่งเป็น  3  ส่วน  คือ

                      - ส่วนบนสุดเอาไว้มองไกล

                      - ส่วนกลางเอาไว้มองจอคอมพิวเตอร์

                      - ส่วนล่างเอาไว้มองระยะอ่านหนังสือ

                    * Occupational  lenses  คือหลักการเดียวกับ  Trifocal  แต่ระยะกลางจะกว้างขึ้นเอาไว้มองหน้า

        จอคอมพิวเตอร์ให้ชัดขึ้น

                    * Progressive  lenses  ใช้หลักการเดียวกับ  Trifocal  แต่ไม่มีขอบเขตแบ่งชัดเจน  มี  power   ไม่จำกัด 

       ทำให้มีข้อเสียคือต้องมีการเรียนรู้มาก  ต้องมีการฝึกเพื่อให้ชินเพราะว่าภาพอาจจะเบี้ยว  หรือทำให้

       ผู้ใช้เวียนศีรษะได้ง่าย

3. แว่นตาป้องกันแสงยูวีเพื่อลดปริมาณรังสียูวี  และแสงสีน้ำเงินเข้าสู่ตาของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทำให้ภาพ

    ไม่ชัดเจน

                4. ใส่แว่นป้องกันแสงสะท้อนเพื่อลดการสะท้อนของแสงจากทุกทิศทางทำให้ภาพชัดเจนขึ้น

                5. ที่นั่งต้องอยู่ในระดับพอดี  มีพนักพิงที่สบาย  หลังอยู่ในท่าตรง

                6. พักสายตาในช่วงสั้นๆ เป็นระยะ  เพื่อให้การกระพริบตาที่ปกติกลับคืนมา  ทำให้ผิวกระจกตาชุ่มชื่น

                7. ถ้ามีอาการตาแห้งมากควรปรึกษาจักษุแพทย์  และใช้น้ำตาเทียมช่วย

                8. ควรละสายตาจากคอมพิวเตอร์ทุก 10-15  นาที  และมองไปไกลๆ ประมาณ 5-10  วินาที  จะเป็นการช่วย

    คลายกล้ามเนื้อลูกตาได้

                9. การใช้สายตาหน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกๆ ชั่วโมง  ควรพักครั้งละ  10-15  นาที  ด้วยการลุกขึ้นยืน

    หรือเดินไปมา 

ปรับ  หรือแก้ไขลักษณะ  หรือสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน

                1. ปรับเปลี่ยนตำแหน่ง  ลักษณะของโต๊ะทำงาน  หรือสถานที่ทำงานให้อยู่ในลักษณะที่สบายตา

                    สบายกายที่สุด

                2. ปรับความสว่างในที่ทำงาน  หรือแสงสว่างที่เข้ามาจากภายนอกให้เหมาะสม  ไม่สว่าง  หรือมืดเกินไป

                3. พยายามเลี่ยงใช้คุรุภัณฑ์ที่สะท้อนแสง 

 

 

*******************

Copyright ? 2020 Queen Savang Vadhana Memorial Hospital  Rights Reserved.


joomla counter Queen Savang Vadhana Memorial Hospital