การแพทย์แผนไทยกับการรักษาโรคปวดหลัง

แพทย์แผนไทยประยุกต์ รัฐศาสตร์   เด่นชัย

ลุกก็โอยยย...นั่งก็โอยยย... ร่างกายเราเสื่อมถึงเพียงนี้เชียวหรือ ?

สมัยก่อนเรามักจะเข้าใจว่าอาการปวดเมื่อย ปวดกล้ามเนื้อเป็นโรคของความชรา ความเสื่อมของร่างกาย  แต่ในยุคนี้คงพูดได้เต็มปากว่า ไม่ต้องรอให้ถึงวัยชรา ความปวดเมื่อย ความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อก็ถามหาได้ ไม่เว้นแม้แต่วัยรุ่น และวัยกลางคน

 

ในที่นี้จะพูดถึงกลุ่มอาการปวดหลัง ที่เรียกได้ว่าเป็นอาการยอดนิยมที่เกิดกับบุคคลทั่วไปทุกเพศ ทุกวัย  โดยอาการปวดหลังนี้อาจเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ ด้วยกัน ดังนี้

  1. 1.ท่าทาง อิริยาบถ การเคลื่อนไหวของร่างกาย และการใช้งานหลังที่ไม่ถูกต้องเป็นเวลานาน เป็นสาเหตุการปวดหลังที่พบได้บ่อยในคนวัยทำงานที่ต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์นานๆ หากไม่ได้ใส่ใจกับท่านั่งที่ถูกต้อง
  2. 2.การบาดเจ็บบริเวณหลัง จากอุบัติเหตุ หรือการเล่นกีฬา เช่น รักบี้ ฟุตบอล ได้รับบาดเจ็บ หรือมีการกระแทกอย่างต่อเนื่องส่งผลให้กระดูกสันหลังเสื่อมได้เร็วขึ้น
  3. 3.ความผิดปกติของกระดูกสันหลังแต่กำเนิด เช่น โพรงกระดูกสันหลังตีบแต่กำเนิด กระดูกสันหลังคด
  4. 4.ภาวะของกระดูกสันหลัง และกล้ามเนื้อ เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง เช่น 

-              หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท

-              โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ คือ ภาวะที่มีการแคบลงของโพรงกระดูกสันหลัง  ทำให้เส้นประสาทที่วิ่งอยู่ในโพรงกระดูกถูกบีบรัด

-              กระดูกสันหลังเคลื่อน เมื่อกระดูกสันหลังเสื่อม และเสียความมั่นคงแข็งแรงไป จะทำให้กระดูกสันหลังเคลื่อนได้ หรือทำให้เกิดอาการปวดหลัง  และอาจมีการปวดร้าวลงขาได้เมื่อมีการกดทับเส้นประสาท

  1. 5.โรคอื่นๆ ที่ทำให้เกิดอาการปวดร้าวมาที่หลังได้ เช่น โรคไต โรคเกี่ยวกับรังไข่และมดลูก โรคหลอดเลือดโป่งพองในช่องท้อง หรือโรคมะเร็งที่มีการกระจายมายังกระดูกสันหลัง

 

 

 

อาการส่วนใหญ่ที่พบ

ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดเฉพาะที่หลังเพียงอย่างเดียว หรืออาจมีอาการปวดร้าวมาที่สะโพก หรือขา อาการปวดขาจะปวดไปตามบริเวณซึ่งถูกเลี้ยงด้วยเส้นประสาทเส้นที่ถูกกดทับนั้น ผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีลักษณะความปวดแตกต่างกันไป

การรักษา

การรักษาอาการปวดหลังนั้นทำได้หลายวิธีซึ่งขึ้นอยู่กับสภาวะของสาเหตุของอาการ สำหรับการแพทย์แผนไทยนั้นมีการดูแลรักษาด้วยวิธีการนวดไทย และการรับประทานยาสมุนไพรที่มีสรรพคุณคลายกล้ามเนื้อ แก้ปวดเมื่อย

การนวดไทยเพื่อการรักษาอาการนั้น จะมีวิธีการนวดโดยนวดไปตามลำดับวิธี โดยจะเริ่มจากการนวดพื้นฐานก่อน โดยการนวดพื้นฐานนั้นเปรียบเสมือนการกระตุ้นกล้ามเนื้อเพื่อเตรียมความพร้อมของกล้ามเนื้อก่อนการนวด จากนั้นจะเป็นการนวดเพื่อเข้าสู่กระบวนการการรักษา เน้นบริเวณกล้ามเนื้อ และกดจุดสัญญาณเพื่อบังคับการไหลเวียนของเลือด และความร้อนไปเลี้ยงบริเวณที่มีอาการ เมื่อกล้ามเนื้อคลายตัวลง และอาการปวดดีขึ้นแล้วก็จะเข้าสู่กระบวนการสุดท้าย คือ การประคบความร้อนด้วยสมุนไพร ซึ่งในลูกประคบจะประกอบด้วยไพล ขมิ้นชัน เป็นส่วนประกอบหลัก โดยสมุนไพรเหล่านี้จะมีสรรพคุณในการแก้อาการปวดเมื่อย คลายกล้ามเนื้อ และช่วยลดอาการระบมหลังนวดอีกด้วย

นอกจากการรักษาด้วยวิธีการนวดแล้ว ก็ยังมียาสมุนไพรเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการดูแลกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อ เช่น เถาวัลย์เปรียง กำแพงเจ็ดชั้น เถาโคคลาน ฮ่อสะพายควาย ไพล เป็นต้น

 

สรุปแล้วถึงแม้ว่ายาสมุนไพรมีคุณประโยชน์มากมายในการคลายกล้ามเนื้อ แก้ปวดเมื่อย แต่พึงระวังไว้ว่าสมุนไพรแต่ละตัวก็จะมีข้อห้าม ข้อจำกัด หรือข้อควรระวัง และอาการข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นมากเช่นกัน ถ้าหากท่านใดที่สนใจจะรับประทาน ผมขอแนะนำว่า ควรจะปรึกษาแพทย์แผนไทย หรือแพทย์แผนไทยประยุกต์เพื่อให้ทราบข้อมูลที่ถูกต้อง และเหมาะสมกับตัวท่านเองจะเป็นสิ่งที่ดีต่อท่าน และท่านก็จะปลอดภัย ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะไปซื้อ หรือหามารับประทานเองนะครับ

****************************************************************

 

 

 

 

 

 

 

Copyright ? 2020 Queen Savang Vadhana Memorial Hospital  Rights Reserved.


joomla counter Queen Savang Vadhana Memorial Hospital