ข้อเท็จจริงที่ควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อ...อาหารเสริมสุขภาพ

 

นายแพทย์ณัฐ ตั้งจิตนบ

 

ด้วยวิถีชีวิตปัจจุบันที่มีแต่ความเร่งรีบ และกระแสสังคมที่นิยมการบริโภค ทำให้คนละเลยการสร้างเสริมสุขภาพ และเกิดความเชื่อว่าเงินซื้อสุขภาพได้ ผู้ประกอบธุรกิจจึงใช้จุดนี้ในการกระตุ้นการขายผลิตภัณฑ์อาหาร โดยใช้การโฆษณาและกลยุทธ์ทางการตลาดทำให้เข้าใจว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็น เป็นอาหารเสริมเพื่อให้มีสุขภาพดี และอ้างสรรพคุณว่าใช้รักษาโรคร้ายแรงได้ ทำให้ธุรกิจนี้ขยายตัวอย่างต่อเนื่องรวดเร็ว มีมูลค่าตลาดโดยรวมสูงเป็นหลายหมื่นล้านบาท ทั้งที่สรรพคุณที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์ไม่ได้มีหลักฐานสนับสนุนตามที่อวดอ้าง อีกทั้งอาจมีอันตรายที่คาดไม่ถึงด้วย หมอจึงได้เขียนบทความให้ทุกท่านได้ทราบข้อเท็จจริง  เพื่อต่อไปนี้ก่อนที่ท่านจะตัดสินใจซื้อ… ท่านจะต้องคำนึงว่า

ผลิตภัณฑ์อาหารเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นจริงหรือ?

ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ถูกโฆษณาว่าเป็น “อาหารเสริม” ทำให้เข้าใจว่า อาหารที่คนเรารับประทานไม่พอเพียง ต้องเสริมด้วยผลิตภัณฑ์เหล่านี้เพื่อให้ได้ครบถ้วน ในความเป็นจริงแล้ว  สารที่อยู่ในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เช่น เบต้าคาโรทีน ใยอาหาร วิตามินต่างๆ ล้วนมีอยู่แล้วในอาหารที่เรารับประทานแต่ละวัน เบต้าเคโรทีนมีในมะละกอสุก ผัก และผลไม้ที่มีสีเหลืองส้ม ผักใบเขียว ใยอาหารมีในพืชผักและผลไม้ วิตามินต่างๆ ก็เช่นกันมีในพืชผัก ผลไม้ และอาหารที่เรารับประทานทุกวัน เมื่อรับประทานในรูปอาหารจะได้สารอาหารอื่นที่มีประโยชน์ร่วมด้วย ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องซื้อรับประทานในรูปแบบของสารสกัดบรรจุในแคปซูล หรือเครื่องดึ่มบรรจุขวด

มีสรรพคุณดังอวดอ้างจริงหรือ?

ตัวอย่างสารบางชนิดที่มีมากในสมองเช่น ดีเอชเอ(DHA) ซึ่งมีมากในน้ำมันปลาทะเล ได้รับการโฆษณาให้เข้าใจว่ารับประทานแล้วทำให้เด็กฉลาด ทั้งที่ร่างกายสามารถสร้างสารตัวนี้ได้จากสารอาหารตั้งต้นที่ได้รับจากอาหารทั่วไป จะมีก็แต่ทารกเกิดก่อนกำหนดน้ำหนักน้อยมากๆ ที่อาจสร้าง DHA ได้ไม่ดี อีกตัวอย่างหนึ่ง โฆษณาของซุปไก่สกัดที่ชวนให้เข้าใจว่าบำรุงสมอง      ทำให้หายเหนื่อยล้าจากการอ่านหนังสือ ทั้งที่ส่วนประกอบหลักของซุปไก่สกัดคือ โปรตีนที่เราได้รับจากอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ไข่ นม และถั่วนั่นเอง หรือผลิตภัณฑ์รังนกที่ทำให้ดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริง เป็นต้น ทั้งหมดนี้ขาดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนการอ้างสรรพคุณของสินค้าดังกล่าว

ความฉลาดมีพื้นฐานจากพันธุกรรมร่วมกับการได้รับการอบรมเลี้ยงดูอย่างเหมาะสม   ซึ่งรวมทั้งด้านอาหาร และการจัดประสบการณ์เรียนรู้ให้เด็ก การเรียนเก่ง สอบได้ต้องอาศัยการตั้งใจเรียน และทบทวนความรู้อย่างสม่ำเสมอ ในปัจจุบันยังไม่มีการค้นพบสารอาหารเพียงชนิดใดชนิดหนึ่งชนิดเดียวที่ทำให้คนเราฉลาด หรือเรียนเก่งได้

ผลิตภัณฑ์อาหารบางชนิดใช้กลยุทธ์การขายตรง ด้วยการโฆษณาชวนเชื่อกับผู้ป่วยว่าสามารถรักษาโรคได้สารพัด ตั้งแต่โรคพันธุกรรม เช่น โรคโลหิตจางธาลัสซีเมียจนถึงโรคมะเร็ง ผู้มีวิจารณญาณย่อมคิดได้ไม่ยากว่าไม่น่าจะมีอาหาร หรือยาอะไรที่วิเศษขนาดนั้นได้ และถ้าเป็นจริงแพทย์จะต้องแนะนำให้ผู้ป่วยเองโดยตรง

อันตรายที่คาดไม่ถึง !!

การศึกษาวิจัยพบว่า สารต้านอนุมูลอิสระมีบทบาทสำคัญในการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคมะเร็ง สารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายได้จากอาหารคือ วิตามินอี วิตามินซี และเบต้าคาโรทีน การบริโภคผัก และผลไม้เป็นประจำจึงลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคมะเร็งหลายชนิด แต่การนำสารเหล่านี้มาสกัดเป็นสารบริสุทธิ์                และนำมาบริโภคเป็นสารเดียวกลับไม่ได้ผลดังที่คาดหวัง แถมยังพบอันตรายที่คาดไม่ถึงอีกด้วย โดยพบว่าการบริโภคเบต้าคาโรทีนในรูปของยาเม็ดทำให้กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง (สูบบุหรี่) เป็นมะเร็งปอดมากขึ้น และโรคหลอดเลือดหัวใจสูงขึ้น

ผลิตภัณฑ์อาหารหลายชนิด เช่น น้ำมันปลาทะเล โสม และใบแปะก๊วย มีฤทธิ์ยับยั้งการรวมตัวของเกล็ดเลือด ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังอย่างมาก ไม่ควรบริโภคมากเกินไป หรือบริโภคร่วมกับสารที่ลดการแข็งตัวของเลือด เนื่องจากจะทำให้เลือดออกง่าย เสี่ยงต่อการปนเปื้อนโลหะหนัก เช่น เคยมีการตรวจพบการปนเปื้อนอะลูมิเนียมในรังนก เป็นต้น วัตถุดิบที่นำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อาหารบางชนิด เช่น สาหร่าย อาจเกิดในแหล่งที่มีมลพิษสูง หากกระบวนการผลิตไม่ได้สกัดโลหะหนักทั้งหมดออกไป ก็จะทำให้ผู้บริโภคเสี่ยงภัยจากการได้รับโลหะหนักสะสมในร่างกาย ที่เสี่ยงที่สุดคือ เสียโอกาสที่จะได้รับการรักษาโรคอย่างเหมาะสม เนื่องจากเสียเวลาไปกับการลองผลิตภัณฑ์อาหารที่ไม่ได้มีสรรพคุณรักษาโรคได้จริงตามที่โฆษณา

คุ้มค่ากับที่ต้องจ่ายเงินซื้อหรือไม่?

ผลิตภัณฑ์อาหารทั้งหลายมักมีราคาแพงเมื่อเทียบกับอาหารธรรมชาติที่รับประทานประจำวัน และให้คุณค่าอาหารเท่าเทียมกัน ผลิตภัณฑ์อาหารจะแพงกว่าเป็นหลายเท่า ตัวอย่างหากรับประทานผลไม้สดที่หลากหลายชนิดก็จะเสียเงินวันละไม่เกิน 100 บาท ซึ่งนอกจากได้รับ  เบต้าคาโรทีนแล้วยังได้วิตามินซี ใยอาหาร และสารพฤกษาเคมีอีกมาก ในขณะที่ผลิตภัณฑ์สารสกัดเบต้าคาโรทีน  ชนิดเม็ด หรือชนิดขวด ราคาอาจแพงกว่าถึง เท่า และยังได้รับเบต้าคาโรทีนน้อยกว่า อีกตัวอย่างหนึ่ง ซุปไก่สกัด ขวด ให้โปรตีนประมาน 2.5 กรัม ราคาเป็น 10 เท่าของไข่ไก่ ฟองที่ให้โปรตีน 6 กรัม เป็นเท่าครึ่งของน่องไก่ย่าง ชิ้นที่ให้โปรตีน 12 กรัม หรือปลาทูทอด 2 ตัวที่ให้โปรตีน 20 กรัม จากที่เปรียบเทียบให้เห็นนี้ ท่านผู้อ่านก็พิจารณาได้ไม่ยากว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีราคาคุ้มค่ากับคุณค่าทางอาหารที่มีหรือไม่? จริงไหมครับ...

แล้วจะกินอย่างไรให้มีสุขภาพดี?

คำแนะนำการรับประทานอาหารเพื่อให้มีสุขภาพดีสำหรับคนไทย

          1.รับประทานอาหารครบ หมู่ แต่ละหมู่ให้หลากหลายและหมั่นดูแลน้ำหนักตัว วิธีง่ายๆ คือ แต่ละวันรับประทานอาหารชนิดต่างๆ
ให้ได้วันละ 
15-25 ชนิด ผลิตเปลี่ยนหมุนเวียน เพื่อไม่ให้ร่างกายเสี่ยงต่อการสะสมสารพิษที่อาจปนเปื้อนมากับอาหาร

          2.รับประทานข้าวเป็นอาหารหลัก ถ้าจะได้ดี ควรรับประทานข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ สลับกับอาหารประเภทแป้งเป็นบางมื้อเช่น
ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน ขนมปัง

          3.รับประทานพืชผักให้มาก และผลไม้เป็นประจำ เพื่อให้ได้วิตามิน และเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกาย และใยอาหาร
ที่ช่วยในการขับถ่าย เพื่อป้องกันปัญหาท้องผูก ริดสีดวงทวาร และมะเร็งลำไส้

          4.รับประทานปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ และถั่วเมล็ดแห้งเป็นประจำ เพื่อให้ได้โปรตีน ปลาเป็นโปรตีนย่อยง่าย

          5.ดื่มนมให้เหมาะสมตามวัย เพื่อให้ได้แคลเซียม อาหารอื่นๆ ที่มีแคลเซียมสูง ได้แก่    ปลาตัวเล็กตัวน้อย ผักคะน้า เต้าหู้

          6.รับประทานอาหารที่มีไขมันแต่พอควร เพื่อป้องกันโรคอ้วน โรคหัวใจ และหลอดเลือด

          7.หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรรสหวานจัด และเค็มจัด

          8.รับประทานอาหารที่สะอาด ปราศจากการปนเปื้อน

          9.งด หรือลดเครื่องที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด

แม้ว่าคนเราจะมีรูปแบบชีวิตที่ทันสมัยอย่างไร จะเร่งรีบ หรือทำงานหนักอย่างไร  ก็ต้องมีเวลาพักผ่อนทำกิจกรรมเพื่อการผ่อนคลาย มีเวลาสำหรับครอบครัว เพื่อสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับคู่สมรสและลูก เอาใจใส่ดูแลสุขภาพอย่างองค์รวมทั้งด้านกาย และจิตใจ เอาใจใส่อาหารที่จะรับประทาน ออกกำลังกายเพื่อให้หัวใจ และปอดแข็งแรง ได้รับอากาศบริสุทธิ์ ก็จะมีความสุข ชีวิตดีๆ อย่างยั่งยืน โดยไม่ต้องพึ่งพาอาหารเสริมที่โฆษณาเกินความจริงในปัจจุบันนี้...

                                                    ***********************         

Copyright ? 2020 Queen Savang Vadhana Memorial Hospital  Rights Reserved.


joomla counter Queen Savang Vadhana Memorial Hospital