ภาวะกระดูกพรุน 

 

      

นายแพทย์ธนะเทพ  ตั่นเผ่าพงษ์

                ภาวะกระดูกพรุน  (Osteoporosis)  เป็นภาวะของกระดูกที่ความแข็งแรงของโครงสร้างอ่อนแรงลง  และมีความเสี่ยงต่อการแตกหักง่ายขึ้น  ซึ่งเป็นผลมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน   เช่น 

การขาดฮอร์โมน  (หมดประจำเดือน  หรือหลังจากการผ่าตัดทางนรีเวชกรรม)  การขาดการออกกำลังกาย  และภาวะการขาดสารอาหาร  เป็นต้น

                การเกิดกระดูกหักหลังภาวะกระดูกพรุน  สังเกตง่ายๆ  จากการที่กระดูกหักจากแรงที่

ไม่มาก  เช่น  ล้มมือยันพื้น  หรือล้มก้นกระแทกแล้วเกิดกระดูกหัก  ซึ่งกลุ่มผู้ป่วยเหล่านี้มีความจำเป็นที่จะต้องรักษาทั้งภาวะกระดูกหัก  และกระดูกพรุน  เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกระดูกหักซ้ำอีก  บริเวณที่พบกระดูกหักที่เกิดจากภาวะกระดูกพรุน  คือ  ข้อมือ  นิ้วมือ  สะโพก  และกระดูกสันหลัง

                ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ  ที่ทำให้เกิดภาวะกระดูกหักมากขึ้น  คือ  ภาวะสูงอายุ  น้ำหนักตัวน้อย 

สูบบุหรี่  การเกิดกระดูกหักในอดีต  การมีประวัติกระดูกหักในครอบครัว  ประวัติการใช้สารสเตรอยด์  และการดื่มสุราในปริมาณมาก

                การตรวจความหนาแน่นของกระดูก  (Bone  mineral  Density  :  BMD)  เป็นการตรวจทางรังสีวิทยาชนิดพิเศษ  ค่าที่ได้จะเป็นตัวบ่งชี้ว่าผู้ป่วยมีภาวะกระดูกพรุน  (Osteoporosis)  และเป็นตัวบ่งชี้ถึงแนวทางในการรักษาในอนาคตต่อไป  โดยการส่งตรวจ  BMD  จะทำในผู้ป่วยที่เคยมีภาวะกระดูกหัก  ผู้ป่วยสูงอายุ  (หมดประจำเดือน)  และผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงอื่นๆ  ที่พิจารณาโดยแพทย์ผู้ทำการรักษา

                แนวทางการรักษาภาวะกระดูกพรุน  จุดประสงค์หลักเพื่อลดอัตราการเกิดกระดูกหัก 

โดยแบ่งเป็น

                1.  การรักษาโดยไม่ใช้ยา

                2.  การรักษาโดยการใช้ยา

                การรักษาโดยไม่ใช้ยา  ได้แก่การควบคุมน้ำหนัก  การออกกำลังกาย  การงดสูบบุหรี่  รับประทานแคลเซียม  และรับประทานวิตามินดี  โดยที่คนที่มีอายุมากกว่า  50  ปี  ควรรับประทานแคลเซียม  1200-1500  มิลลิกรัมต่อวัน  ในรูปของแคลเซียมคาร์บอเนต  (แต่ถ้ารับประทานมากกว่า  2000  มิลลิกรัม  จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นนิ่วในไตมากขึ้น)  ระดับวิตามินดีที่ควรได้รับต่อวันคือ  800  IU  (International  Unit)

                การรักษาโดยการใช้ยา  โดยแบ่งยาออกเป็น  2  กลุ่ม  คือ

               1.ยาที่ลดอัตราการทำลายกระดูก  agent)

               2.ยาที่เสริมการสร้างกระดูก  (bone forming agent)

โดยส่วนใหญ่เมื่อรับประทานยาแล้วจะมีผลลดอัตราการเกิดกระดูกหักได้  50%  ภายใน

ระยะเวลา  3-6  เดือน  เมื่อรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง  และการที่จะเริ่มรับประทานยา  หรือใช้ยาจะต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์เฉพาะทางผู้รักษาโรคเท่านั้น

----------------------------

Copyright ? 2020 Queen Savang Vadhana Memorial Hospital  Rights Reserved.


joomla counter Queen Savang Vadhana Memorial Hospital