วัยรุ่นกับการเป็นสิวและครีมทากันแดด

หมอวิไลลักษณ์         

แพทย์หญิงวิไลลักษณ์ อมรภิญโญเกียรติ

             สิวสามารถเกิดกับทุกคนได้ทุกเพศทุกวัยโดยเฉพาะวัยรุ่น (วัยตั้งแต่ 13 - 25 ปี) จะเกิดมากที่สุด การเกิดสิวนั้นเกิดจากต่อมไขมันผลิตไขมันมาก และมีการอุดกลั้นทางเดินของไขมัน ซึ่งได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมนเพศ โดยเฉพาะฮอร์โมนเพศชาย และหากมีการติดเชื้อแบคทีเรียจะทำให้เกิดการอักเสบของสิว   โดยการอักเสบของสิวทำให้เกิดแผลเป็นตามมาทั้งแผลเป็นหลุม และรอยดำ ทำให้วัยรุ่นขาดความมั่นใจ  จนทำให้บางครั้งไม่อยากไปโรงเรียนเนื่องจากกลัวเพื่อนๆ ล้อค่ะ 

ภาพ1

 

ปัจจัยที่ทำให้เกิดสิว 

  ฮอร์โมน  ร่างกายสร้างฮอร์โมน Androgen ทำให้มีการผลิตไขมันเพิ่มขึ้นที่ผิวหนัง ส่วนใหญ่แล้วสิวจะขึ้นตามใบหน้า หลัง หรือหน้าอก โดยมากฮอร์โมนจะเริ่มสร้างเมื่ออายุ 11-14 ปี ดังนั้น จึงพบสิวมากในวัยนี้ และอาจจะอยู่ได้นานหลายปี 

   แบคทีเรีย  โดยเฉพาะชื่อ P.acne จะทำให้เกิดการอักเสบของสิว 

   กรรมพันธุ์ 

   อาหาร  โดยทั่วไปไม่มีผลต่อการเกิดสิว แต่ก็มีความเชื่อกันว่าการกินอาหารที่มันหรือหวานจะเกิดสิวได้ง่าย

                                                       ภาพ2        ภาพ3

 

   อากาศ  ขึ้นกับแต่ละคนบางคนเป็นมากในฤดูหนาว บางคนเป็นมากในฤดูร้อน 

   อารมณ์  คนที่อารมณ์ดีจะเกิดสิวน้อยกว่าคนที่อารมณ์เสีย 

   การใช้เครื่องสำอาง  ก็เป็นปัจจัยที่สำคัญในการเกิดสิว การทำความสะอาดผิวควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถทำความสะอาดได้หมดจด ไม่ทิ้งเครื่องสำอางตกค้าง 

   ครีมบำรุงผิว  ก็ต้องเลือกให้ถูกกับผิวหน้า คนที่ผิวมันก็หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่มีความมันสูง 

   การระคายผิว  เช่น การล้างหน้าที่มีการถูมากๆ หรือล้างบ่อยๆ 

   ยาบางชนิด  ทำให้เกิดสิวเพิ่มขึ้น เช่น  Steroid  ยาคุมกำเนิดบางชนิด 

 

เคล็ดลับและวิธีป้องกันการเกิดสิว 

   การรักษาความสะอาด 

  การพักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งการนอนหลับ พักผ่อนไม่เพียงพอเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว  ได้เช่นกัน เนื่องจากร่างกายเรามีภูมิต้านทานลดลง ลดความเครียด สร้างอารมณ์ขบขัน ทำให้เรามีความสุขมากขึ้น ซึ่งความเครียดเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว 

  ควรกินอาหารจำพวกผักสีเขียว ช่วยให้ร่างกายสามารถล้างสารพิษออกไปได้ หลีกเลี่ยงการกินอาหารประเภทที่มีไขมันสูง หรือไม่กินอาหารที่มีไขมันมาก ๆ หลีกเลี่ยงการจับหัวสิว หรือบีบสิว

                                                   ภาพ4        ภาพ5

 

วิธีรักษาสิว   

ดูแลรักษาความสะอาดให้ถูกวิธี จะช่วยลดการเกิดสิวได้มากเช่นกัน 

1.  ควรทำความสะอาดผิวด้วยสบู่อย่างอ่อน อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง คือ ตอนเช้าและตอนเย็น หรือก่อนนอน แต่ถ้าไม่แน่ใจว่าควรจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวตัวไหนดี ให้ลองปรึกษาคุณหมอก่อนเลือกใช้จะดีกว่าซื้อใช้เอง 

2.    ล้างหน้าทุกครั้งหลังทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออกมาก 

3.    งดใช้ผลิตภัณฑ์จำพวกขัดถู ทั้งหลาย รวมถึงสบู่ที่ค่อนข้างแรง เพราะนอกจากจะไม่ช่วยให้สิวหายแล้ว ยังอาจทำให้ผิวหน้าเกิดการระคายเคือง หรือ ติดเชื้อมากขึ้นกว่าเดิมได้อีกด้วย 

4.    เมื่อใช้คลีนเซอร์ทำความสะอาดหน้าแล้วต้องล้างออกให้หมดจดอย่าให้มีคราบตกค้าง 

5.  การล้างหน้าต้องล้างให้ขึ้นไปถึงตีนผม เพื่อล้างน้ำมันและคราบสกปรกที่อาจจะเป็นตัวก่อสิวออกไปให้หมด สาหรับคนที่มีผมมัน ควรสระผมทุกวัน 

6.    หากแต่งหน้า หรือใช้ผลิตภัณฑ์กันแดด ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำความสะอาดเครื่องสำอางด้วย เพื่อให้ทำความสะอาดหมดจดมากขึ้น 

7.    ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญถ้าสิวเป็นมากและไม่ดีขึ้น 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยาที่รักษาสิวทำให้ผิวหนังได้รับผลเสียจากแสงแดดได้ง่ายขึ้น  คือทำให้เกิด   ผิวไหม้แดด  เกิดรอยด่างดำ และผิวเหี่ยวแก่จากแสงแดด  ผู้ที่รักษาสิวอยู่จึงควรใช้ยากันแดดร่วมด้วย  พบว่ายากันแดดที่มีค่า  SPF สูงมากเกินไป  มักก่อให้ผิวระคายเคืองและเกิดสิวได้ง่ายขึ้น และยังมีราคาแพงโดยไม่จำเป็น  จึงควรเลือกค่า  SPF  ให้เหมาะสม  เช่น การโดนแสงแดดตามกิจวัตรประจำวันให้ใช้ SPF 10  หรือ SPF15  ถ้าต้องออกโดนแดดนานกว่าปกติอาจใช้ SPF 30  จึงควรเลือกใช้ยากันแดดที่ไม่ทำให้สิวเห่อ และทาแล้วไม่ปวดแสบปวดร้อน

 

                                         ภาพ6        ภาพ7

 สารกันแดดแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ 

1.    Physical sunscreen หรือสารสะท้อนรังสี จะกันรังสีออกจากผิวหนัง ได้แก่ zinc oxide และ titanium dioxide แต่เนื่องจากอนุภาคของสารจะค่อนข้างใหญ่จึงทำให้ทาแล้วเห็นเป็นสีขาวๆอยู่บนผิว ซึ่งก็เป็นทั้งข้อดีและข้อเสียในตัวมันเอง ข้อดีคือมันแพ้ยากไม่ได้ซึมเข้าผิว ข้อเสียคือ          ทาแล้วหน้าขาววอกค่ะ 

2.   Chemical sunscreen หรือสารกันแดดประเภทที่ออกฤทธิ์ทางเคมี สารกลุ่มนี้จะรวมตัวกันกับส่วนประกอบของผิวชั้นนอกสุด ทำให้สามารถดูดซับรังสียูวีได้ โดยทำให้ผิวสามารถป้องกันรังสียูวีได้ ข้อดีของสารกลุ่มนี้คือ ทาแล้วไม่เหนียวเหนอะหนะ และหน้าไม่ขาววอก

                       ภาพ8        ภาพ9

 

อายุเท่าไรจึงเริ่มใช้ครีมกันแดด? 

ตอบ        ปริมาณแดดที่ทำลายสะสมตั้งแต่วัยเด็กส่งผลเสียถึงผิวยามโตขึ้นได้ จึงควรเริ่มต้นทากันแดดให้เด็กตั้งแต่อายุ 6 เดือนเป็นต้นไป โดยสามารถทาได้ทั่วตัว ยกเว้นบริเวณรอบดวงตา หากเกรงว่า  ผิวเด็กจะแพ้ ระคายเคืองง่าย อาจเลือกเป็นครีมกันแดดชนิดสะท้อนรังสี ส่วนในเด็กต่ำกว่า  6 เดือน แนะนำให้ใช้หมวก ผ้า ร่ม ป้องกันแดด แต่ยังไม่แนะนำให้ทาครีมกันแดดค่ะ

ถาม         อายุเท่าไรจึงเลิกใช้ครีมกันแดด?

ตอบ        ไม่มีค่ะ เพราะแม้ในวัยตกกระ ที่หลายท่านอาจคิดว่าไม่ต้องห่วงเรื่องความสวยงามแล้ว ก็ยังแนะนำให้ทาครีมกันแดด เพราะรังสียูวีไม่ได้มีผลแค่ในเรื่องความสวยงาม แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนังได้ด้วยนะคะ

ถาม         อยู่ใต้ร่มต้องทากันแดดหรือไม่?

ตอบ        อีกประเด็นเกี่ยวกับแดดที่หลายคนไม่ทราบคือ รังสียูวีจากแดดนั้นสะท้อนได้ ยิ่งพื้นทรายสวยๆ พื้นหิมะขาวๆ รังสียิ่งกระทบชิ่งเข้าใบหน้าเราได้ดี นอกจากนี้ รังสียูวียังรอดผ่านกระจกต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นกระจกรถหรือกระจกหน้าต่างบ้าน ดังนั้นการอยู่ใต้ร่มหรือนั่งอยู่ในห้องก็ยังไม่ปลอดภัย 100% รังสียูวียังรอดผ่านร่ม ทะลุผ่านหน้าต่าง รวมถึงกระทบชิ่งจากพื้นมาเข้าใบหน้าได้ จึงควรทาครีมกันแดดแม้กางร่ม หรือนั่งอยู่ภายในอาคารที่พักค่ะ

ภาพ10

 

 --------------------------

 

 

 
Copyright ? 2020 Queen Savang Vadhana Memorial Hospital  Rights Reserved.


joomla counter Queen Savang Vadhana Memorial Hospital