โรคปวดเข่า 

 พ.สุรพล        

นายแพทย์สุรพล   อธิประยูร 

 

        อาการปวดเข่าพบได้บ่อยในผู้ที่มีน้ำหนักมากเกินไป และในคนสูงอายุ เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยเหตุที่ข้อเข่าต้องรับน้ำหนักตัวเกือบตลอดเวลา รวมทั้งอุปนิสัยของคนไทยที่ใช้เข่าในท่าพับงอ เช่น นั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ หรือการนั่งยอง ๆ จึงเกิดความเสื่อมของกระดูกอ่อนเร็ว การชะลอความเสื่อมเป็น สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงและความสามารถปฏิบัติได้ หากได้รับการแนะนำในเรื่องการใช้เข่าให้ถูกต้อง การบำรุงรักษาสุขภาพ และการบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าจะช่วยขจัดปัญหาอาการปวดเข่าเรื้อรัง และการติดยาของผู้ป่วยได้

เข่า1

สาเหตุข้อเข่าเสื่อม

        1. น้ำหนักตัวมาก
        2. อายุเกิน 40 ปี
        3. การยืน หรือนั่งงอเข่านาน ๆ
        4. การมีลักษณะเข่าโก่งออกนอก หรือโค้งเข้าใน
        5. จากสาเหตุใดก็ตามที่ทำให้กล้ามเนื้อรอบข้อเข่าอ่อนแรง เช่น ได้รับบาดเจ็บ
        6. ปัจจัยส่งเสริมอื่น ๆ เช่น ขาดอาหาร หญิงวัยหมดประจำเดือน การได้รับยาฉีดเข้าข้อ
        โรคข้ออักเสบจากสาเหตุอื่น เช่น โรคเกาต์ โรครูมาตอยด์ ฯลฯ

อาการ

        - ปวดรอบเข่า นั่งแล้วลุกลำบาก หรือปวดมากเวลาเดิน
        - บวม และร้อนรอบเข่า
        - เคลื่อนไหวข้อเข่าได้ไม่เต็มที่ งอ และเหยียดไม่สุด เวลาเคลื่อนไหวข้อจะมีเสียงดัง
        - สภาพเข่าโก่ง หรือโค้งผิดรูปมากขึ้น

        อาการเหล่านี้จะค่อยเป็นค่อยไปอย่างช้าๆ ในระยะแรกมักจะเป็นๆ หายๆ แต่เมื่อเป็นมากขึ้น ก็จะมีอาการปวดรุนแรงขึ้น และปวดตลอดเวลา การวินิจฉัยโรคข้อเข่าเสื่อมนั้นส่วนใหญ่จะวินิจฉัยได้จากการซักถามประวัติ และการตรวจร่างกาย โดยไม่จำเป็นต้องเอ็กซเรย์ เพราะในหัวเข่าของคนสูงอายุทั่วไปเมื่อถ่ายเอ็กซเรย์ก็จะพบว่ามีช่องว่างของข้อเข่าแคบลง และมีหินปูนจับอยู่ตามขอบของข้อได้โดยที่ไม่มีอาการผิดปกติแต่อย่างใด  

การป้องกัน

        - ลดน้ำหนักตัว โดยควบคุมอาหาร
        - หลีกเหลี่ยงการนั่งกับพื้น การนั่ง งอเข่า ชันเข่า นั่งพบเพียบ นั่งขัดสมาธิ นั่ง ยอง ๆ และเวลา ขับถ่ายควรใช้ส้วมแบบนั่ง
          หรือใช้เก้าอี้เจาะรูวาง
        - หลีกเหลี่ยงการขึ้นที่สูง การขึ้นบันได้ บ่อย ๆ การยืน หรือการเดินนาน ๆ
        - ออกกำลังบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าอย่างสม่ำเสมอทุกวัน ถึงแม้ในปัจจุบันยังไม่มีอาการปวดเข่า

วิธีการบริหารกล้ามเนื้อรอบเข่า

        การบริหารข้อเข่าอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้กล้ามเนื้อรอบๆ ข้อเข่าแข็งแรง ซึ่งทำให้ข้อเข่ากระชับ เคลื่อนไหวได้ดี

        ท่าที่ 1 นอนหงาย หาหมอนรองบริเวณข้อเท้าข้างหนึ่ง กดเข่าของเท้าที่มีหมอนหนุนให้ติดพื้น ให้นับนาน 5-10 วินาที

เข่า2

        ท่าที่ 2 นอนหงาย เหยียดเข่าตรง ยกขาขึ้นมาพ้นพื้นตรงๆ ครั้งละข้าง เกร็งไว้นับ 1-10 ช้าๆ

เข่า3

         ท่าที่ 3 นั่งห้อยขาข้างเตียง หรือห้อยขาที่เก้าอี้ เหยียดเข่าตรงขึ้นมา เกร็งไว้นับ 1-10 ช้าๆ

เข่า4

การรักษา

         1. การรักษาทางยา ควรได้รับการรักษาจากแพทย์ ไม่ซื้อยาใช้เอง เพราะยาที่ใช้จะเป็นยาแก้ปวด เมื่อใช้ไม่ถูกวิธีจะเกิดปัญหาต่อสุขภาพ
            ผู้ป่วย เช่น เกิดแผลในกระเพาะอาหาร โลหิตจางหรือมีอาการแพ้ยา
         2. การทำกายภาพบำบัดเพื่อคงการเคลื่อนไว้ของเข่า และลดการอักเสบ
         3. การรักษาโดยการผ่าตัดซึ่งอยู่ในการพิจารณาของแพทย์ในผู้ป่วยแต่ละราย การผ่าตัดมี 2 วิธี คือ
              3.1 การผ่าตัดกระดูกขาให้ตรง
              3.2 การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า และใส่ข้อเข่าเทียม คือการใส่ข้อเข่าเทียมเข้าแทนข้อที่เสื่อม ซึ่งผลการผ่าตัดทำให้อาการปวดดีขึ้น

สรุป

        ข้อเข่ามีความหมายต่อสุขภาพ ขอให้ท่านสนใจเสียแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพของข้อเข่าที่แข็งแรงทุกวันในปัจจุบัน และอนาคต ท่านที่มีอาการปวดเข่าสามารถรับคำปรึกษาได้ที่โรงพยาบาลสมเด็จ พระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา สภากาชาดไทย ซึ่งให้บริการคลินิกนอกเวลา วันจันทร์ –ศุกร์ เวลา 17.00-19.00 น. วันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 9.00-11.00 น. และคลินิกในเวลาราชการวันจันทร์ –ศุกร์ เวลา 9.00-16.00 น.  

 

-----------------------------------------------

 
Copyright ? 2020 Queen Savang Vadhana Memorial Hospital  Rights Reserved.


joomla counter Queen Savang Vadhana Memorial Hospital