โรคผิวสะบ้าอักเสบ

นพ.ยุทธนา คณาสุข  

นายแพทย์ยุทธนา  คณาสุข

เคยไหมครับ? ที่มีคนที่เรารู้จัก เป็นผู้หญิงอายุราว 30 - 40 ปี มีอาการปวดเข่า มีเสียงก๊อบแก๊บในเข่า เรามาทำความรู้จักกับโรคผิวสะบ้าอักเสบกันเถอะครับ

โรคผิวสะบ้าอักเสบ

            Chondromalacia patellae แพทย์บางท่านจะแปลและบอกคนไข้ว่าโรคผิวสะบ้านิ่ม ผิวสะบ้าเสื่อม  ก็แล้วแต่จะแปลความหมายกันไป ตามรากศัพท์แปลว่ากระดูกอ่อนผิวสะบ้านิ่มซึ่งที่จริงแล้วควรจะเป็นกลุ่มอาการปวดบริเวณหน้าเข่าเสียมากกว่า (patellofemoral pain syndrome)

            โรคผิวสะบ้าอักเสบนี้ พบได้บ่อยในผู้หญิงมากกว่าผู้ป่วยประมาณ 2-3 เท่า อายุที่พบได้บ่อยคือ วัยกลางคน 25 - 40 ปี  และนักกีฬาบางรายที่ออกกำลังไม่ถูกวิธี ซึ่งพยาธิสภาพของ โรคนี้ เกิดที่บริเวณผิวข้อของกระดูกสะบ้า

ผิวสะบ้าอักเสบ1

 

อาการของโรค

ผู้ป่วยจะมีอาการปวดเข่าโดยเฉพาะด้านหน้าเข่า  มีเสียงดังในเข่า อาการจะเจ็บมากเวลาขึ้นลงบันได ลุกเปลี่ยนท่า หรือนั่งคุกเข่า พับเพียบ ขัดสมาธิ ลักษณะเข่าที่ต้องงอมากๆ  เนื่องจากจะมีแรงกระทบไปที่กระดูกสะบ้ามากขึ้น การเดินทางราบอาการเจ็บไม่มากนัก และโดยภาพรวมแล้วอาการปวดมักไม่รุนแรง จะปวดลักษณะรำคาญ เรื้อรัง เป็นๆ หายๆ ตามกิจกรรมที่ทำ  แต่หากมีอาการกำเริบก็จะปวดมากขึ้นเป็นบางครั้งได้ แต่จะมีอาการบวม ร้อนที่เข่าเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

โรคนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?

      โรคนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไรนั้น  มี 3 ทฤษฎีที่พอจะอธิบายการเกิดของโรคได้ ดังนี้

                   1. ใช้งานมาก เดินมาก หรือใช้งานเข่าในลักษณะที่เข่ารับแรงกระแทกมาก เช่น  นั่งงอเข่า กระโดด และวิ่ง

                   2. กล้ามเนื้อรอบเข่าไม่แข็งแรง ไม่กระชับ

                   3. อุบัติเหตุ  มีการบาดเจ็บที่ผิวสะบ้า

ผิวสะบ้าอักเสบ2

เมื่อท่านมาพบแพทย์

            เมื่อท่านมาพบแพทย์ๆ จะซักถามประวัติอาการปวด และทำการตรวจร่างกายเพื่อหาจุดกดเจ็บ พิสัยการขยับของข้อ  เสียงในเข่า  รวมถึงความมั่นคงของสะบ้า และการตรวจเข่าอื่นๆ หากแพทย์สงสัยภาวะอื่นๆ อาจจะมีการตรวจเอ็กซเรย์  ซีทีสแกน  หรือเอ็มอาร์ไอ ต่อไป

วิธีการรักษา

            โรคผิวสะบ้าอักเสบเกือบทั้งหมด สามารถรักษาด้วยวิธีดังต่อไปนี้

1.  การออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อรอบเข่าเพื่อให้เข่ากระชับ  การเสียดสี แรงกดที่เข่าจะได้ลดลง

2. การออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน

3. การใช้อุปกรณ์พยุงเข่าในระยะที่มีอาการปวดเข่า

4. จะต้องหลีกเลี่ยงท่าทางที่ทำให้แรงที่ไปกดสะบ้าสูงขึ้น ได้แก่ คุกเข่า นั่งพับเพียบ ขัดสมาธิ และนั่งยองๆ

5. รักษาด้วยการรับประทานยาเพื่อลดอาการปวด และการอักเสบเมื่อจำเป็น

หากการรักษาขั้นต้นไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณาวิธีการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด แพทย์จะไม่แนะนำวิธีนี้ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เนื่องจากผลการรักษาก็ยังไม่ดีนัก การผ่าตัดแบ่งเป็น 2 วิธี คือ

1. การผ่าตัดส่องกล้องเพื่อทำความสะอาดแต่งผิวสะบ้าให้เรียบ รวมถึงการเจาะกระดูกเพื่อให้มีการซ่อมแซม

2. การผ่าตัดจัดตำแหน่งลูกสะบ้าให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ในกรณีที่มีปัญหาลูกสะบ้าอยู่ไม่ถูกตำแหน่ง

การป้องกัน

            การป้องกันโรคนี้ดีกว่าการแก้ปัญหาอย่างแน่นอน ซึ่งสามารถทำได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการ และมีวิธีป้องกัน ดังนี้

                  1. การฝึกฝนกล้ามเนื้อรอบเข่าให้แข็งแรง

                  2. การลดน้ำหนักให้เหมาะสมกับร่างกาย

                  3. การออกกำลังกายอย่างถูกวิธี การอบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกาย  การยืดกล้ามเนื้อ ก่อนและหลังเล่นกีฬา  
                และการเพิ่มระดับของกีฬาอย่างเหมาะสม

การออกกำลังกายกล้ามเนื้อรอบเข่าให้แข็งแรงสามารถทำได้ง่ายๆ  ทำได้บ่อยๆ ในช่วงเวลาว่างของแต่ละวัน  ดังนี้

ผิวสะบ้าอักเสบ3

1.  นั่งเกร็งเหยียดเข่า

ผิวสะบ้าอักเสบ4

2. กดเข่าลงกับพื้นราบ โดยใช้ผ้าม้วนรองที่เข่าไว้ก่อน

---------------------------------

 
Copyright ? 2020 Queen Savang Vadhana Memorial Hospital  Rights Reserved.


joomla counter Queen Savang Vadhana Memorial Hospital